ผลข้างเคียงของยาเพร็พ (PrEP)
|

ผลข้างเคียงของยาเพร็พ (PrEP)

การป้องกันโรคก่อนการสัมผัสด้วยยาเพร็พ ซึ่งเป็นยาเพื่อป้องกันไม่ให้คุณติดเชื้อเอชไอวี เช่นเดียวกับยาอื่นๆ อาจมีผลข้างเคียง รวมถึงผลข้างเคียงในระยะยาว ฉะนั้นจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับยาเพร็พ และผลข้างเคียงของยา สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่กินยาจะประสบกับผลข้างเคียง ทำให่ยาเพร็พ ยังถือว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยมาก

ผลข้างเคียงของยาเพร็พ (PrEP)

ยาเพร็พ

Love2test

ยาเพร็พ (PrEP-Pre-Exposure Prophylaxis)  คือ ยาที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี หรือกินก่อนที่จะไปติดเชื้อเอชไอวี สำหรับผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบ โดยเริ่มกินเตรียมไว้ก่อนจะมีโอกาสสัมผัสเชื้อ โดยการกินยาวันละหนึ่งเม็ดทุกวัน ตัวยาจะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย เมื่อตัวยาในร่างกายมีสูงมากพอจะสามารถป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีเกาะกับเม็ดเลือดขาวได้ แต่ยาเพร็พไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ จึงยังจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ซึ่งการกินยาไม่จำเป็นต้องกินยาตลอดชีวิต แต่กินยาเฉพาะช่วงที่คิดว่าจะตัวเองจะมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเอชไอวี

การกินยาเพร็พ 

ยาเพร็พ สามารถกินได้ 2 วิธี คือ  การกินยาเพร็พแบบทุกวัน และ การกินยาเพร็พเฉพาะช่วง โดยจะแนะนำให้กินยาเพร็พแบบทุกวัน มากกว่าเนื่องจากทำได้ง่ายกว่า

การใช้ยาเพร็พ แบบกินทุกวัน (Daily PrEP)

  • ทุกเพศสามารถกินได้
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ล่วงหน้าได้ เช่น ผู้ที่ให้บริการทางเพศ
  • มีประสิทธิภาพสูงสุดหลังจากเริ่มกินยาเพร็พไปแล้ว 7 วัน ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 99.9%
  • กินยาวันละ 1 เม็ด เวลาเดิมทุกวัน หรือ ทุกวันในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

การใช้ยาเพร็พ แบบเฉพาะช่วง หรือแบบกินเฉพาะเวลาที่จะมีเพศสัมพันธ์ (On-Demand PrEP)

  • สามารถใช้ได้เฉพาะเพศชาย
  • ไม่ต้องกินทุกวันเหมือน Dailyเพร็พ
  • กินแบบ 2-1-1 คือ กินยาเพร็พ 2 เม็ด ก่อนมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ชั่วโมง และหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์เสร็จเรียบร้อย ให้กินยาพร็พต่ออีก 2 วัน วันละ 1 เม็ดที่เวลาเดิม หรือกินต่อเนื่องวันละ 1 เม็ดจนถึง 2 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย
  • ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี 97-99%

ผลข้างเคียงของยาเพร็พ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีผลข้างเคียง คนส่วนใหญ่จะไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งผลข้างเคียงจะหายไปในช่วงเดือนแรกหลังเริ่มกินเพร็พ (“start-up syndrome”)

Love2test

ผลข้างเคียงระยะสั้น

ผลข้างเคียงระยะสั้น หรือมีอาการข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการคลื่นไส้ ท้องอืด เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ เหน็ดเหนื่อย,ปวดท้อง ท้องเสีย และนอนไม่หลับ พบประมาณ 1 ใน 10 ของอาสาสมัคร และอาการจะดีขึ้นจนเป็นปกติ ภายใน 3-4 สัปดาห์หลังเริ่มกินเพร็พ แต่ถ้ามีอาการนานมากกว่านั้นคุณควรพบแพทย์ของคุณ

ผลข้างเคียงระยะยาว

ผลข้างเคียงระยะยาว

แม้ว่าจะพบได้บ่อยน้อยกว่า แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจส่งผลกระทบ เมื่อคุณกินยาเพร็พ เป็นระยะเวลานาน ดังนี้

“ChatLove2test"
  • ความผิดปกติทางตับ เป็นกรณีที่พบได้ยาก การกินยาเพร็พ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพตับ โดยสังเกตผิว หรือส่วนของตาขาวจะมีสีเหลือง ปัสสาวะมีสีชาเข้ม หรืออุจจาระมีสีอ่อน หรือคุณเริ่มมีอาการไม่อยากกินอาหารเป็นเวลาหลายวันหรือนานกว่านั้น คุณควรปรึกษาเรื่องนี้กับแพทย์ผู้สั่งยาของคุณทันที
  • ความผิดปกติทางไต ซึ่งส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 40 ปี หรือมีปัญหาไตอยู่เดิม โดยวัดการเพิ่มขึ้นของ Cr พบประมาณ 1 ใน 200 หากพบความผิดปกติ และหยุดกินเพร็พ อาการผิดปกติทางไตจะกลับสู่ภาวะปกติได้
  • สูญเสียความหนาแน่นของกระดูก เป็นกรณีที่พบได้ยาก ยาเพร็พ ทำให้เกิดการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสของกระดูกแตกหักได้ง่ายขึ้น เพราะยาทำให้ความหนาแน่นของกระดูก อาจจะบางลงจากเดิมร้อยละ 1  และจะกลับสู่ภาวะปกติได้หลังหยุดกินยาเพร็พ

ผู้รับบริการยาเพร็พ ควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับอาการ หรืออาการแสดงที่บ่งชี้ความจำเป็นในการประเมินด่วน (เช่น อาการที่บ่งชี้ถึงอาการไตวายเฉียบพลันหรือการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน) สาเหตุมาจากยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา บางรายอาจเป็นการใช้ยาระยะยาวหลายปีต่อเนื่องกัน จำเป็นต้องมีการติดตาม และเฝ้าระวังผลข้างเคียงเหล่านี้ตลอดการกินยาเพร็พ

การรับยาเพร็พ

  • งดมีเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์ก่อนมารับเพร็พ
  • ผู้มารับบริการจะต้องได้รับการตรวจเอชไอวี การทำงานของตับ และไต
  • หลังจากที่ได้รับยาเพร็พ ครั้งแรกจะนัดตรวจเลือด 1 เดือน หลังจากนั้นนัดตรวจเลือดทุก 3 เดือน
  • หากต้องการหยุดยา ผู้มารับบริการต้องมาตรวจเลือดก่อนหยุดยาเพร็พ ทุกครั้ง

รับยาเพร็พได้ที่ไหน

การรับยาเพร็พ ผู้รับบริการสามารถเข้ารับบริการได้ตามสถานบริการของรัฐ เอกชน หรือคลินิกเฉพาะทางที่มีแพทย์ประจำ เพราะยาชนิดนี้ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป เพราะการรับยาต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์ และจำเป็นจะต้องมีการตรวจเลือดทุกครั้งที่รับยา เพื่อความปลอดภัย และลดผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาได้หลังจากการรับยา หรือ สั่งยาผ่านระบบออนไลน์ผ่านคลินิกต่างๆ (สำหรับผู้ป่วยที่เคยติดต่อรับยาจากสถานที่นั้นๆแล้ว)

“PrEPLove2test"
  • ราคายาเพร็พ มีหลายราคาขึ้นอยู่กับชนิดของยา จำนวนบรรจุ  เช่น ยาเพร็พ  (30 tablets) ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 900 – 3,200บาท 

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การรักษา HIV ด้วยยาต้านไวรัส

PEP ยาป้องกันเอชไอวี “หลัง” สัมผัสเชื้อ ทานภายใน 72 ชั่วโมง

ยาเพร็พเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับยาอื่นๆ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และประโยชน์ของยาเพร็พ และเพื่อรับคำแนะนำในการใช้ยาอย่างถูกต้อง

Similar Posts

  • ตรวจ HIV ในหญิงตั้งครรภ์ เรื่องสำคัญที่แม่ทุกคนควรรู้

    ตรวจ HIV ในหญิงตั้งครรภ์ เรื่องสำคัญที่แม่ท้องทุกคนต้องรู้ เพื่อลดความเสี่ยงลูกติดเชื้อเหลือต่ำกว่า 1% พร้อมสิทธิตรวจฟรีในไทย

  • | |

    ถุงยางอนามัยผู้หญิง ตัวช่วยป้องกันที่ผู้หญิงควรรู้

    ถุงยางอนามัยผู้หญิง เป็นอุปกรณ์คุมกำเนิด และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ภายในร่างกายของผู้หญิง แม้จะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่าถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย แต่ก็มีประสิทธิภาพสูง และช่วยให้ผู้หญิงมีอิสระ และความมั่นใจในการป้องกันตนเองอย่างปลอดภัย

  • ตุ่ม PPE (Pruritic Papular Eruption)

    โรคตุ่มคันในคนที่เป็น HIV ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV จะมีอาการแสดงหลายระดับขึ้นอยู่กับระยะติดใหม่ๆ ถ้ามีการดูแลร่างกายดี ภูมิคุ้มกันยังดีอยู่ ก็จะไม่มีอาการอะไรเหมือนคนปกติทั่วไป ถ้าไม่มีการตรวจเลือดก็จะไม่ทราบว่าผู้นั้นมีเชื้อ HIV อยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากไม่กินยาต้านไวรัส หรือปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์แนะนำ ภูมิคุ้มกันก็จะลดลง ทำให้มีโอกาสติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆทำให้เจ็บป่วยได้  PPE คืออะไร? PPE ย่อมาจาก Pruritic Papular Eruption in HIV ซึ่ง PPE นั้น มักพบในผู้ป่วย HIV ที่มีอาการมากแล้ว โดยรอยโรค PPE อาจเป็นตัวสะท้อนบอกสถานะของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้ คือการมี PPE อาจหมายถึงภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต่ำแล้ว PPE เกิดจากอะไร? ยังไม่ทราบกลไกการเกิดและสาเหตุ ของการเกิด ตุ่ม PPE อย่างชัดเจน เชื่อว่าเป็นปฏิกิริยาการแพ้ของผิวหนังของผู้ป่วยต่อแมลงกัดต่อยเช่นมด ยุง ดังจะเห็นได้ว่า PPE พบได้มากกว่าที่บริเวณนอกร่มผ้า PPE ติดต่อมั้ย  PPE ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ เชื้อ…

  • Love2Test พื้นที่ปลอดภัยเพื่อสุขภาพทางเพศที่คุณเข้าถึงได้ง่ายและมั่นใจ

    ปัจจุบันสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) และเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังคงส่งผลกระทบในวงกว้าง แม้จะมีความก้าวหน้าในด้านการแพทย์และการรักษา แต่การเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพ ความรู้ที่ถูกต้อง และการป้องกันเชิงรุก ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ การจองตรวจที่ love2test การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การรับยา PrEP หรือ PEP เมื่อมีความเสี่ยง รวมถึงการมีความรู้ที่ถูกต้อง จะช่วยปกป้องทั้งตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • BeefHunt พื้นที่การหาคู่และสร้างมิตรภาพ

    ในยุคที่เทคโนโลยีและสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับชายรักชาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขาสามารถค้นพบและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งในด้านมิตรภาพและความรัก BeefHunt เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับการเดทและการสร้างมิตรภาพสำหรับชายรักชาย

  • ตรวจ HIV พร้อม STI พร้อมกัน ดีอย่างไร และทำไมถึงควรทำ

    การดูแลสุขภาพทางเพศในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันเพียงโรคใดโรคหนึ่ง แต่ต้องมองแบบองค์รวมมากขึ้น ตรวจ HIV พร้อม STI จึงกลายเป็นแนวทางที่ได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักมีความเชื่อมโยงกันทั้งในแง่ของพฤติกรรมเสี่ยงและผลกระทบต่อร่างกาย การตรวจHIV พร้อมSTI ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้ครบถ้วนและวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพในครั้งเดียว บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมแนวทางนี้จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง HIV และ STI คืออะไร และเกี่ยวข้องกันอย่างไรจนต้องตรวจ HIV พร้อม STI HIV เป็นไวรัสที่เข้าทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยตรง ในขณะที่ STI หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นกลุ่มโรคที่แพร่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ซิฟิลิส หนองใน คลามีเดีย เริม และ HPV แม้ว่าจะเป็นคนละกลุ่มโรค แต่ทั้งสองมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การมีคู่นอนหลายคน หรือการไม่ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ความเชื่อมโยงเชิงชีววิทยาระหว่างทั้งสองกลุ่มโรคนี้เองที่ทำให้การตรวจHIV พร้อมSTI มีความสมเหตุสมผลทางการแพทย์ เพราะการประเมินความเสี่ยงเพียงด้านใดด้านหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงอีกด้านอาจทำให้ได้ภาพสุขภาพที่ไม่ครบถ้วนและนำไปสู่การวางแผนป้องกันที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำไมจึงควร ตรวจ HIV พร้อม STI มากกว่าตรวจแยกกัน เหตุผลที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศแนะนำให้ ตรวจHIV พร้อมSTI มากกว่าการตรวจแยกกันคนละครั้งมีหลายประการ ประการแรกคือการได้รับข้อมูลสุขภาพที่ครบถ้วนในการเข้าพบแพทย์เพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากในการนัดหมายหลายครั้ง ประการที่สองคือการที่แพทย์สามารถประเมินภาพรวมของสุขภาพทางเพศได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นเมื่อมีข้อมูลจากการตรวจHIV…