5 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปตรวจเอชไอวี

การเตรียมตัวก่อนตรวจหาเชื้อนั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ขอให้เพียงพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย พร้อมทางใจ ทางความคิด นั่นคือ มีความสุขุมสามารถยอมรับฟังผลการตรวจเลือดได้โดยไม่คิดไปในทางร้ายหรือแย่กับตัวเองและคนรอบข้าง เพียงเท่านี้ท่านก็เป็นคนหนึ่งแล้วที่พร้อมกับการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ

ได้รับความเสี่ยงมาเกิน 2 สัปดาห์แล้ว

เพราะถือเป็นระยะเวลาที่มีโอกาสตรวจพบเชื้อได้แล้วถ้าติดเชื้อมา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อไปตรวจแล้วในครั้งแรกไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทางสถานพยาบาลที่ตรววท่านจะนัดให้ท่านทำการตรวจอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือน หรือด้วยเทคโนโลยีใหม่ จะมีการตรวจด้วยวิธี NAT ซึ่งจะสามารถเข้าตรวจ HIV ได้หลังรับความเสี่ยงมาเกินแค่ 1-2 สัปดาห์

มีกำลังใจดี พร้อมรับฟังผลเลือด

Love2test

แน่นอนว่าใครได้รับความเสี่ยงมาก็เครียดกันทั้งนั้น แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราพยายามทำความเข้าใจกับมันว่า มันเกิดไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ มีสติ มีปัญญา ทำจิตใจให้เป็นปกติ มีความสุขกับเรื่องเล็กๆให้ได้ และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากขึ้น ให้รู้ว่า โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ถ้ารู้วิธีอยู่กับมัน

รู้ตัวและทราบถึงคุณค่าของตัวเอง

คนส่วนใหญ่พอเจอเรื่องผิดพลาดในชีวิต ก็จะเอาแต่คอยด่าว่าตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิด คนบางคนทำเรื่องดีดีมามากมายแต่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็โดนคนรอบข้างต่อว่าจนนอยด์ แต่ในความจริงแล้วเราควรรู้ตัวเราเอง ว่าครั้งนี้เราพลาดก็จริง แต่พลาดเพราะอะไรหล่ะ ครั้งหน้าจะทำอย่างไรไม่ให้พลาดแบบนี้อีก แล้วเราก็ต้องฉุกคิดให้ได้ว่าความดีที่ผ่านมาของเรามีประโยชน์ต่อคนรอบข้างแค่ไหน คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ

รู้ตัวเร็ว รักษาเร็ว

ด้วยเทคโนโลยีและวงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีการพัฒนาตัวยาต้านเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นความจริงที่เก่าเกินไปแล้วว่าคนเป็นเอดส์แล้วตายเร็ว ในปัจจุบันคนติดเชื้อ HIV สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างเป็นปกติ แต่ต้องมีการป้องกันในบางเรื่อง เช่นการ ใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้ อาจมียารักษาโรคเอดส์ออกมาก็ได้ เพราะเทคนโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน

Love2test

คนที่ติดเชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นได้

โดยไม่เป็นภัยหรือเป็นภาระกับใคร เราสามารถอยู่ร่วมกันคนอื่นในสังคมได้เป็นปกติ และการอยู่ร่วมกันนั้นเราไม่จำเป็นต้องเป็นภาระให้ใครมารับผิดชอบด้วย เพราะเราสามารถใช้ชีวิตและดูและตัวเองได้ เพียงเราออกกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์และปฏิบัติตัวตามการแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

บทความที่เกี่ยวข้อง :

จองตรวจเอชไอวี เพร็พ เป๊ป Online ได้ที่ > > www.love2test.org

“ChatLove2test"

#เอชไอวี#ตรวจเอชไอวี#HIV#โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Similar Posts

  • | |

    PEP เป๊ป คืออะไร?

    ยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้สูงสุดถึง 99% หากมีการใช้อย่างถูกวิธี Exposure prophylaxis เป็นยาที่ทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรคอื่น โดยก่อนการรับยาต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากประวัติของคนไข้ว่าตรงตามเงื่อนไขการรับยาหรือไม่ ประกอบกับการตรวจเลือดตามมาตรฐานสากล(คนไข้ที่จะรับยาจะต้องมีผล HIV เป็นลบ) และยาในกลุ่มนี้ต้องพิจารณาจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น รู้จักยา PEP คืออะไร PEP ย่อมาจาก post-exposture prophylaxis หรือยาต้านฉุกเฉิน ทานหลังจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV  เป็นการรักษาระยะสั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยยาที่ใช้ในกลุ่มนี้เป็นประเภท Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs) Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitor (NNRTIs) Integrase inhibitor strand transfer inhibitor (INSTs) และ Protease inhibitor(PIs) โดยทานยาครบตามที่แพทย์สั่ง การทานยาเป็ป(PEP)  การทานยา เป็ป(PEP)   จำเป็นต้องทานให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ คือ…

  • 5 ขั้นตอน ตรวจเอชไอวีง่ายๆ

    หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการตรวจเอชไอวียุ่งยากและราคาแพง ทำให้ไม่กล้าไปตรวจเพราะกลัวไปต่างๆ นานา แต่จริงๆ แล้วการตรวจเอชไอวี นั้นง่ายมาก เพียงแค่เจาะเลือดและรู้ผลได้เร็ว ที่สำคัญคนไทยทุกคน ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง มาดูกันดีกว่าว่าขั้นตอนการตรวจเอชไอวี นั้นเป็นอย่างไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? ใครบ้างที่ควรรับการตรวจ ? ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ผู้ที่ใช้สารเสพติดโดยใช้เข็มร่วมกัน ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ เตรียมตัวอย่างไร ? การเจาะเลือดเพื่อ ตรวจเอชไอวีไม่ต้องอดข้าวหรือน้ำ เพียงแค่เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน แล้วไปขอตรวจที่โรงพยาบาล คลินิกนิรนาม หรือคลินิกเอกชนเฉพาะทาง หลังจากมีความเสี่ยงมาประมาณ 2-4 สัปดาห์ รับคำปรึกษา เมื่อติดต่อเรียบร้อย ผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพูดคุย ประเมินความเสี่ยง และเซ็นชื่อในใบยินยอมเพื่อ ตรวจเอชไอวี โดยส่วนมากแล้วมักใช้เวลา ไม่เกิน 30 นาที เจาะเลือด เมื่อได้รับคำปรึกษาแล้ว จึงเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อเอชไอวี ซึ่งสามารถรู้ผลได้ภายในวันเดียว (ทั้งนี้ระยะเวลาแจ้งผลขึ้นอยู่กับนโยบายการบริการของสถานพยาบาลนั้นๆ กรุณาสอบถามข้อมูลก่อนเข้ารับบริการ) ฟังผล ผลเลือดเป็นลบ หรือ non-reactive แสดงว่าผู้เข้ารับการตรวจไม่มีเชื้อ…

  • |

    ตรวจ HIV ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป กับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง INSTI

    ใครยังคิดว่าการตรวจเอชไอวีเป็นเรื่องยาก? บทความนี้จะทำให้คุณคิดใหม่และมองการติดเชื้อเอชไอวีเปลี่ยนไป …จากหัวข้อเรื่องคงพอเดาได้แล้วว่า เนื้อหาที่จะมาเจาะลึกกันในวันนี้เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เชื่อหรือไม่ว่าน้อยคนมากที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะพื้นฐานแล้วยังมีอีกหลายคนมองว่า เอชไอวีคือโรคเอดส์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 มีความเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่โรคเดียวกันตามที่เข้าใจ สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือแง่คิดที่มีต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นไปในทางลบมากกว่า สิ่งเหล่านี้เองเกิดจากการรับข่าวสารและการตีความที่แตกต่างกัน คำถามคือข้อมูลเกี่ยวกับเอชไอวีส่งผลต่อการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองอย่างไร ไปติดตามบทความนี้กันเลย! เอชไอวี และ เอดส์ แตกต่างกันอย่างไร? เอชไอวี (HIV) คือเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ร่างกายไม่สามารถต้านทานต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสลุกลามไปสู่โรคฉวยโอกาสอื่น ๆ ได้นั่นเอง โดยจะแบ่งระยะของผู้ป่วยเอชไอวีออกเป็น 3 ระยะ คือ  ระยะเฉียบพลัน ระยะแรกเริ่มที่ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักแสดงอาการมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละบุคคล ทั้งนี้จะอยู่ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังจากติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งกรณีนี้หากใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง หรือ ตรวจคัดกรองในสถานพยาบาล จะช่วยให้การรักษาทันท่วงทีและรับมือได้เหมาะสมมากที่สุด ระยะสงบทางคลินิก ระยะที่ไม่แสดงอาการที่เห็นได้ชัด แต่บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน ระยะนี้อาจใช้เวลานานถึง 10 ปี โดยเชื้อไวรัสเอชไอวีจะค่อย ๆ ทำลายระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายไปเรื่อย ๆ จนลดลงอย่างต่อเนื่อง…

  • | |

    ไขข้อสงสัย Viral Load: ทำไมค่าปริมาณไวรัสถึงสำคัญต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี

    ในวงการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี คำว่า “Viral Load” หรือ “ค่าปริมาณไวรัส” ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แพทย์ใช้ในการประเมินสถานะสุขภาพและประสิทธิภาพของการรักษา แล้วทำไมค่าปริมาณไวรัสถึงมีความสำคัญขนาดนั้น? ในบทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกัน

  • กลัวผลตรวจเอชไอวี ปัญหาที่ทำให้คนไม่กล้าเผชิญความจริง

    ความกลัวผลตรวจเอชไอวีเป็นหนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่ทำให้หลายคนลังเลหรือเลื่อนการตรวจออกไป ทั้งที่การตรวจคือกุญแจสำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อ และรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ความกลัวนี้เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่รู้ ความเข้าใจผิด ความอาย และความกังวลต่อสายตาสังคม เมื่อผนวกเข้ากับทัศนคติที่ตีตราผู้ติดเชื้อ ปัญหานี้ยิ่งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากเอชไอวี

  • ข้อควรรู้และประโยชน์ของการตรวจเอชไอวี

    การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เริ่มด้วย การรับเชื้อปริมาณที่พอเพียงเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ เชื้อเข้ากระแสเลือดโดยตรง เช่น การฉีดยาเข้าเส้นเลือดโดยใช้เข็มร่วมกัน อุบัติเหตุเข็มตำ การรับเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อ เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังที่มีรอยฉีกขาดหรือแผลเปิดหรือเยื่อบุช่องปาก ช่องทวาร อวัยวะเพศ โดยเชื้อปนเปื้อนกับของเหลวจากร่างกาย เช่น การมีสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ติดเชื้อ บุคลากรสัมผัสกับน้ำคัดหลั่งที่มีเชื้อของผู้ป่วย การถ่ายทอดจากแม่ที่ติดเชื้อไปสู่ทารกระหว่างตั้งครรภ์ ขณะคลอด หรือ การดื่มนมแม่ ช่วงระยะเวลาจากรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนเชื้อไวรัสออกสู่กระแสเลือด ใช้ระยะเวลาประมาณ 2-6 สัปดาห์ การตรวจเลือดมีขั้นตอนอย่างไร ? ปกติเมื่อไปตรวจเอชไอวี เขาก็จะตรวจแบบ “ตรวจขั้นต้น” หรือที่เรียก ” ตรวจคัดกรอง ” ใช้วิธี ELISA โดยตรวจแอนติเจนบอดี ( ภูมิคุ้มกัน ) ถ้าให้ ผลบวก ก็จะตรวจยืนยันโดยวิธี western blot assay จึงจะบอกได้ว่า “เลือดให้ผลบวก” การตรวจคัดกรองใช้เวลาประมาณ 30 นาที – 2…