เปิดตัวเว็บไซต์ “LOVE2TEST”

มูลนิธิเพื่อรัก (love foundation) ได้เปิดตัวหนึ่งในโปรเจ็คใหม่ล่าสุด

เป็น เว็บไซต์ที่มีชื่อว่า “LOVE2TEST” จุดประสงค์หลักของเว็บไซต์เป็นการ สนับสนุนโดยการเพิ่มช่องทางให้ผู้ที่อยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยง หรือต้องการเข้ารับการตรวจเอชไอวีสามารถหาสถานที่เปิดให้บริการ ตรวจ เอชไอวีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

Love2TEST เว็บไซต์ที่ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการตรวจ และให้คำแนะนำ ในเรื่องเอชไอวีรวมไปถึงเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการใช้ยาเพร็พ (PrEP) กับ ยาเป๊ป (PEP) ทางเว็บไซต์ “LOVE2TEST” ต้องการเป็นหนึ่ง อีกหนึ่งสื่อในการสร้างความสะดวกในการเข้ารับการตรวจ เนื่องจากทางเว็บไซต์มี ช่องทางให้ผู้ที่อยากตรวจสามารถจองเข้าตรวจ ในสถานที่ใกล้และสะดวกที่สุดต่อ การเดินทาง ซึ่งเปิดให้บริการในการจองตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อทำการจองแล้ว สามาถเข้าไปรับการตรวจได้เลยทันที ตามสถานที่ให้บริการ โดยสามารถเข้าไป ทำการจองได้ที่เว็บไซต์ www.love2test.org หรือสามารถดาวโหลด Application ได้ทั้ง Applestore และ google Play : https://apps.apple.com/us/app/love2test/id1542144609

สถานบริการที่เข้าร่วมกับทางเว็บไซต์โดยมีให้บริการในทุกภาค

Love2test

สถานบริการที่เข้าร่วมกับทางเว็บไซต์โดยมีให้บริการในทุกภาค เช่น ในส่วนภาคเหนือได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ในภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ในภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี และอุบลราชธานี ส่วนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา และชลบุรี เป็นต้น โดยในการตรวจมีทั้งไม่เสียค่าใช้จ่าย และในบางคลินิกไม่เสียค่าใช้จ่ายบางส่วน และในบางสถานบริการที่รับตรวจมีการให้คำปรึกษาเรื่องเอชไอวี โรคติดต่อเพศสัมพันธ์ การใช้ยาเพร็พ (PrEP) กับยาเป๊ป (PEP) และอาจจะรวมไปถึงทำการรักษาเอชไอวี

Love2Test ซึ่งในการเข้ารับการตรวจมีขั้นตอนในการนัดหมายกับคลินิก มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ

  • เลือกสถานบริการใกล้บ้าน หรือเดินทางสะดวก
  • เลือกบริการที่ต้องการ บางบริการฟรี และบางบริการมีค่าใช้จ่าย
  • วัน-เวลา สามารถเลือกบริการในวันนี้ หรือจองล่วงหน้า
  • ทุกข้อมูลเป็นความลับ สามารถใช้นามสมมุติได้ เพียงแค่ 4 ขั้นตอนนี้ก็สามารถเข้ารับการตรวจได้ทันที

ในปัจจุบันประเทศไทยมีการให้ความสำคัญในเรื่องของการป้องกันเอชไอวี จากการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลาย แต่ทว่าก็ยังมีการพบเจอผู้ติดเชื้อจากการ มีเพศสัมพันธ์ จากการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือรวมไปถึงการไม่สวมถุงยางอนามัย ขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ที่ไม่สวมถุงยาง เพราะเกิดจากการไว้ใจคู่นอน เป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่รู้ตัวว่าตนเองอยู่ในพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยง “LOVE2TEST” จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องการตรวจเอชไอวีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในวัยรุ่น วัยทำงาน หรือในทุกช่วงวัยที่อยู่ในความเสี่ยง และสะดวกต่อการหาและจองคลินิกที่รับตรวจครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่มูลนิธิเพื่อรัก Love Foundation https://www.facebook.com/Lovefoundationth

Love2test

#Love2Test #ตรวจเอชไอวี #PreP #PEP

Similar Posts

  • |

    CD4 สัมพันธ์ยังไง ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี?

    CD4 (Cluster of differentiation 4) คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ควบคุม และต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น Glycoprotein อยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย หรือ T-helper หรือ T-Cell โดยมีหน้าที่ ที่สำคัญมาก คือ ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ต้านทาน และกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะพวกเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ออกจากร่างกาย

  • |

    U=U คืออะไร? ทำความเข้าใจเพื่อลดการตีตรา และยกระดับความเข้าใจในสังคม

    ในยุคปัจจุบัน เอชไอวี (HIV) ยังคงเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ถูกเข้าใจผิด และเป็นสาเหตุของการตีตราในสังคม แม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะทำให้ผู้มีผลเลือดบวกสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ความเข้าใจผิด และความกลัวที่ไม่สมเหตุสมผลยังคงส่งผลให้หลายคนเลือกที่จะตีตัวออกห่างหรือปฏิเสธการอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเชื้อ การรับรู้ และเข้าใจแนวคิดใหม่ ๆ อย่าง U=U จะช่วยยกระดับทัศนคติที่ดีขึ้น ลดการตีตรา และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร้กังวล

  • โรคฝีดาษลิง รู้ก่อนป้องกันก่อน

    โรคฝีดาษลิง โรคฝีดาษวานร  หรือไข้ทรพิษลิง  (Monkeypox)  เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งเกิดจากไวรัสในตระกูลเดียวกันกับไวรัสโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ พบในสัตว์ ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาหรือมีวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะ แต่สามารถควบคุมการระบาดได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ ที่สามารถช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ประมาณ 85% ซึ่งการแพร่ระบาดของโลกฝีดาษ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ร้อยละ 99 % เป็นผู้ชาย โดยติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้หลายคนให้ความสนใจและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

  • เอดส์ระยะที่ 2 เป็นอย่างไร

    เอดส์ระยะที่ 2 หลายคนอาจเข้าใจว่า การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และโรคเอดส์ (AIDS) เป็นโรคเดียวกัน ดังนั้นบ่อยครั้ง จะใช้คำว่า “เอดส์” แทน “การติดเชื้อเอชไอวี” และเมื่ออ้างถึงระยะของโรค เช่น เอดส์ระยะที่ 1 เอดส์ระยะที่ 2 และเอดส์ระยะสุดท้าย แต่ในความจริงแล้ว การติดเชื้อเอชไอวี ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน หากผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระยะที่ 2 มีการรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ดูแลตัวเองอย่างดี เชื้อเอชไอวีจะไม่พัฒนาเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือระยะเอดส์ กล่าวคือผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะไม่กลายเป็นเอดส์ทุกคน และสามารถมีชีวิตอยู่ได้เหมือนกับคนปกติทั่วไปโดยไม่เจ็บป่วยจากโรค

  • | |

    ป๊อปเปอร์กับสุขภาพทางเพศ ความสุขชั่วคราวกับความเสี่ยงถาวร

    ในยุคที่เสรีภาพทางเพศได้รับการยอมรับมากขึ้น ป๊อปเปอร์ (Poppers) หรือสารระเหยกลุ่ม alkyl nitrites กลายเป็นที่รู้จักในหมู่คนที่ต้องการเพิ่มความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และในงานปาร์ตี้บางรูปแบบ ป๊อปเปอร์มักถูกมองว่าเป็นสารที่ให้ความสุขชั่วคราว เช่น ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย กล้ามเนื้อคลายตัว เพิ่มความเร้าใจ และลดความเจ็บปวดระหว่างเพศสัมพันธ์

    แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊อปเปอร์เต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งผลข้างเคียงเฉียบพลัน ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ การเพิ่มโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอชไอวี รวมถึงอันตรายถึงชีวิตหากใช้ร่วมกับยาอื่นอย่าง Sildenafil (ไวอากร้า)

    เราจะเจาะลึกทุกมิติของ ป๊อปเปอร์กับสุขภาพทางเพศ ตั้งแต่ประวัติ กลไกการออกฤทธิ์ ผลกระทบต่อร่างกาย ความเชื่อมโยงกับเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงวิธีลดความเสี่ยง เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ

  • |

    การใช้ยาเพร็พ (PrEP)

    ยาต้านไวรัสเอชไอวีเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้สูงสุดถึง 99% หากมีการใช้อย่างถูกวิธี Exposure prophylaxis เป็นยาที่ทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรคอื่น โดยก่อนการรับยาต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากประวัติของคนไข้ว่าตรงตามเงื่อนไขการรับยาหรือไม่ ประกอบกับการตรวจเลือดตามมาตรฐานสากล(คนไข้ที่จะรับยาจะต้องมีผล HIV เป็นลบ) และยาในกลุ่มนี้ต้องพิจารณาจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น รู้จักยาเพร็พ (PrEP) ยา PrEP ย่อมาจาก pre-exposure prophylaxis หมายถึง การให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีในผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ ก่อนมีการสัมผัสที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการสัมผัสนั้น การใช้ยาเพร็พ (PrEP) รับประทานตรงเวลาทุกวันไปตลอดช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง โดยต้องรับประทานก่อนมีความเสี่ยงอย่างน้อย 7 วัน และต้องรับประทานต่อหลังความเสี่ยงครั้งสุดท้ายอย่างน้อย 4 สัปดาห์ มีอีกวิธีคือรับประทานยา 2 เม็ด ก่อนมีความเสี่ยง 2-24ชั่วโมง, 1 เม็ดหลังความเสี่ยง 24 ชั่วโมงและอีก 1 เม็ดที่ 48 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยง ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า on-demand PrEP แต่ปัจจุบันยังไม่จัดว่าเป็นวิธีมาตรฐานที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไป สาเหตุที่ต้องรับยาเพร็พ (PrEP)…