วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่มีแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน การใช้ถุงยาง ตรวจตามความเหมาะสม รับวัคซีน และเลือก PrEP หรือ PEP เมื่อเกี่ยวข้อง สามารถใช้ร่วมกันได้ เป้าหมายคือเลือกวิธีที่ทำได้จริงโดยไม่ตัดสินตัวเองหรือคู่
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจหรือการประเมินเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาเอง หากมีอาการหรือเพิ่งเกิดเหตุเสี่ยง ควรติดต่อหน่วยบริการเพื่อเลือกการตรวจและการดูแลที่เหมาะสม
วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เริ่มจากเข้าใจการติดต่อ
เชื้อแต่ละชนิดติดต่อไม่เหมือนกัน บางชนิดแพร่ผ่านสารคัดหลั่ง เช่น HIV หนองใน และคลามัยเดีย บางชนิดแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ถุงยางอาจคลุมไม่หมด เช่น เริมและ HPV จึงไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่ป้องกันทุกโรคได้ทั้งหมด
การมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องของความสะอาดหรือคุณค่าของคน หลายโรคไม่มีอาการ และเกิดขึ้นได้กับคนที่มีเพศสัมพันธ์ทุกเพศ ทุกอัตลักษณ์ และทุกรูปแบบความสัมพันธ์
ใช้ถุงยางอย่างไรให้ช่วยป้องกันได้ดี
- ตรวจวันหมดอายุและสภาพซองก่อนใช้
- ใช้ชิ้นใหม่ทุกครั้ง และสวมตั้งแต่เริ่มจนจบกิจกรรมที่มีการสอดใส่
- บีบปลายกระเปาะ ไล่อากาศ และรูดให้สุดโดยไม่ใช้ของมีคมเปิดซอง
- ไม่สวมถุงยางสองชั้น เพราะการเสียดสีอาจทำให้แตกง่ายขึ้น
- เลือกสารหล่อลื่นที่เข้ากับวัสดุของถุงยาง ผลิตภัณฑ์น้ำมันอาจทำให้ถุงยางลาเท็กซ์เสียหาย
- เปลี่ยนถุงยางเมื่อเปลี่ยนคู่ เปลี่ยนบริเวณ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้
ถุงยางภายนอกและถุงยางภายในเป็นทางเลือกที่ช่วยลดโอกาสรับเชื้อได้ การใช้แผ่นยางอนามัยระหว่างออรัลเซ็กส์ก็ช่วยลดการสัมผัสสารคัดหลั่งและผิวหนังโดยตรง
การตรวจช่วยป้องกันได้อย่างไร
การตรวจทำให้พบเชื้อที่ไม่มีอาการและเข้าสู่การดูแลเร็วขึ้น ช่วงตรวจและชนิดตัวอย่างขึ้นอยู่กับเชื้อ วันที่สัมผัส และบริเวณที่มีเพศสัมพันธ์ บางกรณีต้องเก็บตัวอย่างจากคอหรือทวารหนัก ไม่ใช่ตรวจเลือดหรือปัสสาวะเพียงอย่างเดียว
ควรบอกกิจกรรมทางเพศตามจริงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เลือกจุดตรวจได้ครบ ไม่จำเป็นต้องใช้ป้ายว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยง” หากมีคู่ใหม่ ใช้ถุงยางไม่ทุกครั้ง มีอาการ หรือเพียงต้องการตรวจเพื่อความสบายใจ ก็สอบถามบริการได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ขั้นตอนการตรวจ HIV ได้
วัคซีนช่วยป้องกันโรคใดได้บ้าง
วัคซีน HPV และไวรัสตับอักเสบบีช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยจากเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ผู้ใหญ่บางคนที่ไม่เคยรับหรือรับไม่ครบยังอาจได้ประโยชน์ ควรนำประวัติวัคซีนไปคุยกับหน่วยบริการเพื่อดูว่าเหมาะกับอายุ สุขภาพ และสิทธิของตนหรือไม่
ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ทั่วไปเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด การรับวัคซีนจึงใช้ร่วมกับถุงยาง การตรวจ และวิธีอื่นตามความต้องการ
PrEP และ PEP ป้องกันอะไร
PrEP เป็นยาป้องกัน HIV ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เหมาะกับคนที่ไม่มี HIV และต้องการการป้องกันเพิ่ม มีหลายรูปแบบและหลายแผน ไม่ใช่ทุกสูตรหรือทุกคนจะใช้แบบเดียวกัน ก่อนเริ่มต้องตรวจ HIV และประเมินสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
PEP เป็นยาป้องกัน HIV หลังเกิดเหตุเสี่ยง ควรขอประเมินทันทีและไม่เกิน 72 ชั่วโมง ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งดี ไม่ควรรออาการหรือรอผลตรวจรอบปกติ ทั้ง PrEP และ PEP ป้องกันเฉพาะ HIV ไม่ป้องกันหนองใน ซิฟิลิส คลามัยเดีย หรือการตั้งครรภ์
หากเพิ่งมีเหตุการณ์และไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร อ่าน สิ่งที่ควรทำหลังมีโอกาสสัมผัส HIV และติดต่อหน่วยบริการโดยเร็ว
คุยกับคู่เรื่องสุขภาพทางเพศอย่างไร
ลองคุยก่อนมีกิจกรรมทางเพศว่าแต่ละคนสะดวกกับถุงยางแบบใด ตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไร และมีขอบเขตอะไรบ้าง การมีคู่มากกว่าหนึ่งคนไม่ได้แปลว่าไม่รับผิดชอบ และการมีคู่คนเดียวก็ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเชื้อ การสื่อสารและการตรวจเป็นข้อมูลที่ชัดกว่าการคาดเดา
ทุกกิจกรรมต้องเกิดจากความยินยอมที่เปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา หากมีแอลกอฮอล์หรือสารอื่น ควรวางแผนถุงยาง การเดินทางกลับ และคนที่ติดต่อได้ไว้ล่วงหน้า โดยไม่กล่าวโทษผู้ที่ถูกล่วงละเมิด
ถ้ามีอาการควรทำอย่างไร
หากมีแผล ตุ่ม ผื่น หนอง ตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด เจ็บท้องน้อย เจ็บอัณฑะ หรือเลือดออกผิดปกติ ควรงดกิจกรรมที่อาจส่งต่อเชื้อและไปตรวจ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาทาใช้เอง เพราะอาการคล้ายกันอาจเกิดจากคนละเชื้อและต้องรักษาต่างกัน
หากปวดรุนแรง มีไข้สูง ตั้งครรภ์ มีอาการแพ้รุนแรง ถูกล่วงละเมิด หรือกังวลว่าอาจสัมผัส HIV ภายใน 72 ชั่วโมง ควรรับบริการเร่งด่วน
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีอาการ ต้องตรวจไหม
อาจต้องตรวจ เพราะหลายเชื้อไม่มีอาการ ความถี่ควรดูจากชนิดกิจกรรม คู่ ผลตรวจที่ผ่านมา และคำแนะนำของหน่วยบริการ
ล้างทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ป้องกันโรคได้ไหม
การล้างภายนอกตามปกติช่วยเรื่องความสบาย แต่ไม่กำจัดเชื้อที่สัมผัสเยื่อบุแล้ว ไม่ควรสวนล้างหรือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อภายใน เพราะอาจระคายเคืองและเกิดแผล
มีคู่คนเดียว ปลอดภัยแน่นอนไหม
ความสัมพันธ์แบบคู่เดียวช่วยลดจำนวนโอกาสสัมผัส แต่ความปลอดภัยขึ้นกับผลตรวจ ข้อตกลง และการป้องกันของทั้งคู่ ไม่ควรใช้สถานะความสัมพันธ์แทนการตรวจ
ใช้ PrEP แล้วไม่ต้องตรวจ STI ใช่ไหม
ไม่ใช่ PrEP ป้องกัน HIV แต่ไม่ป้องกันโรคอื่น การตรวจ STI ตามตำแหน่งและช่วงเวลาที่เหมาะสมยังสำคัญ
สรุป
การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำได้หลายชั้น ได้แก่ ถุงยางและสารหล่อลื่นที่เหมาะสม การตรวจตามบริเวณสัมผัส วัคซีน การสื่อสารกับคู่ และ PrEP หรือ PEP เมื่อเกี่ยวข้อง เลือกสิ่งที่ทำได้จริงและขอคำปรึกษาโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ
