แผลริมอ่อนในระบบสาธารณสุขไทย หรือ chancroid คือหนึ่งใน 5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่กรมควบคุมโรคติดตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Haemophilus ducreyi และถูกรายงานรวมกับหนองใน ซิฟิลิส หนองในเทียม และกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง คนไทยที่มีแผลน่าสงสัยเข้ารับการตรวจที่หน่วยบริการของรัฐได้ และมีบริการด้านเอชไอวีแบบไม่เสียเงินหลายรายการรองรับ แต่ระบบยังมีช่องโหว่ทั้งเรื่องการยืนยันเชื้อในห้องปฏิบัติการและการที่คนไม่กล้าไปรับบริการ
ถ้าจำได้แค่บรรทัดเดียว: มีแผลเจ็บที่อวัยวะเพศ อย่าซื้อยากินเอง ให้ไปหน่วยบริการของรัฐ แล้วขอตรวจเอชไอวีกับซิฟิลิสไปพร้อมกัน เพราะการตรวจเอชไอวีเป็นสิทธิที่คนไทยใช้ได้โดยไม่เสียเงิน
แผลริมอ่อนอยู่ตรงไหนในภาพรวมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทย
ข้อมูลเฝ้าระวังที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ระบุว่า ปี 2562 อัตราป่วยของ 5 โรคนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น โรคที่นำหน้าคือหนองใน 14.8 ต่อประชากรแสนคน ตามด้วยซิฟิลิส 13.2 ต่อประชากรแสนคน ส่วนแผลริมอ่อนไม่ได้ถูกแยกตัวเลขออกมาในการแถลงครั้งนั้น
กลุ่มที่ตัวเลขน่ากังวลที่สุดคือเยาวชนอายุ 15–24 ปี ซึ่งมีอัตราป่วยรวมของ 5 โรคสูงถึง 124.4 ต่อประชากรแสนคน อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ถ้าคุณอายุยังน้อยและเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน นี่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเหตุผลที่ควรรู้ว่าบริการตรวจใกล้บ้านอยู่ที่ไหน
ทำไมตัวเลขแผลริมอ่อนดูน้อย ทั้งที่ยังมองข้ามไม่ได้
งานทบทวนงานวิจัยในวารสาร Emerging Infectious Diseases ปี 2016 ชี้ว่าการยืนยันเชื้อตัวนี้ทำได้ยาก การเพาะเชื้อต้องใช้เทคนิคเฉพาะ ส่วนการตรวจแบบ PCR (การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยตรง) ที่แม่นยำสูง มักมีแค่ในห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับชาติหรือศูนย์วิจัยเฉพาะทาง
หลายประเทศจึงเลือกรักษาตามกลุ่มอาการ คือเมื่อเจอแผลที่อวัยวะเพศ แพทย์จะให้ยาที่ครอบคลุมทั้งซิฟิลิสและแผลริมอ่อนโดยไม่รอผลแล็บ วิธีนี้ทำให้คนได้ยาเร็วขึ้น แต่ในระดับระบบ หลายประเทศก็รายงานได้แค่ยอดรวมของแผลที่อวัยวะเพศ โดยไม่รู้ว่าแต่ละรายเกิดจากเชื้ออะไร
| ช่วงเวลาของงานวิจัย | จำนวนการศึกษาที่นำมาทบทวน | สัดส่วนแผลที่อวัยวะเพศซึ่งเกิดจากเชื้อแผลริมอ่อน |
|---|---|---|
| ก่อนปี 2000 | 35 การศึกษา ใน 25 ประเทศ | 0–69% |
| หลังปี 2000 | 14 การศึกษา ใน 13 ประเทศ | 0–15% |
สำหรับประเทศไทย งานทบทวนชิ้นเดียวกันอ้างถึงการศึกษาปี 1996 ที่ตรวจคนมีแผลที่อวัยวะเพศ 38 รายด้วย PCR ซึ่งหาได้หลายเชื้อพร้อมกัน และไม่พบเชื้อแผลริมอ่อนเลย กลุ่มตัวอย่างนี้เล็กมาก จึงใช้แทนภาพทั้งประเทศไม่ได้ แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: โรคที่พบไม่บ่อยไม่ได้แปลว่าไม่มี และแผลหน้าตาคล้ายกันอาจมาจากคนละเชื้อ การตรวจจึงสำคัญกว่าการเดาเอง
แผลที่อวัยวะเพศเกี่ยวข้องกับงานป้องกันเอชไอวีของประเทศอย่างไร
กรมควบคุมโรคระบุว่า คนที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีโอกาสรับเชื้อเอชไอวีได้ง่ายกว่าคนทั่วไป 5–9 เท่า
งานทบทวนจากวารสารข้างต้นอธิบายว่า แผลริมอ่อนมักเจ็บมาก คนที่เป็นจึงมักรีบไปหาการรักษา และแทบไม่พบคนที่มีเชื้อโดยไม่มีอาการ ในสายตาของระบบบริการ วันที่คนเดินเข้าโรงพยาบาลเพราะแผลเจ็บ จึงเป็นโอกาสทองที่จะได้ตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสในคราวเดียว
หากผลตรวจเอชไอวีเป็นบวก ผู้มีเชื้อเอชไอวีเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) ได้ทันที โดยไม่เสียค่ายาไม่ว่าจะถือสิทธิการรักษาแบบใด ข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุว่า การกินยาต่อเนื่องจนปริมาณไวรัสในเลือดต่ำกว่า 200 copies/mL ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทำให้ไม่ถ่ายทอดเชื้อสู่คู่ทางเพศสัมพันธ์ แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: การไปตรวจเพราะแผลเพียงแผลเดียว อาจเปิดทางให้ดูแลสุขภาพได้กว้างกว่าที่คิด
คนไทยมีสิทธิอะไรบ้างที่ใช้ได้โดยไม่เสียเงิน
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวบรวมสิทธิประโยชน์ล่าสุดไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2567 รายการที่เกี่ยวกับคนที่กังวลเรื่องแผลที่อวัยวะเพศมีดังนี้
- ถุงยางอนามัยฟรีสำหรับทุกคน รับได้ที่โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์กรภาคประชาสังคม ร้านขายยา และผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- ตรวจเอชไอวีฟรีปีละ 2 ครั้ง ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ที่โรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ
- ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองฟรี คนละ 1 ชุดต่อวัน จากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานภาคประชาสังคม ถ้าผลเป็นบวกต้องไปตรวจยืนยันซ้ำที่โรงพยาบาล
- PrEP (เพร็พ) ฟรีสำหรับทุกคน เป็นยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ รับได้ที่หน่วยบริการที่ร่วมจัดบริการกับ สปสช. โดยใช้บัตรประชาชน
- ยาต้านไวรัสฟรีครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา สำหรับผู้มีเชื้อเอชไอวี และเริ่มยาได้เร็วตั้งแต่วันที่ทราบผล
ข้อควรรู้คือ รายการข้างบนเป็นบริการด้านเอชไอวีเป็นหลัก ส่วนค่าใช้จ่ายของการตรวจรักษาแผลที่อวัยวะเพศเอง ขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษาที่แต่ละคนถืออยู่ ควรสอบถามหน่วยบริการตามสิทธิของตัวเองก่อนเข้ารับบริการ
ช่องว่างการเข้าถึงบริการยังอยู่ตรงไหน
สิทธิบนกระดาษยังไม่เท่ากับการได้ใช้จริง มีอย่างน้อย 4 จุดที่ทำให้คนมีแผลที่อวัยวะเพศหลุดจากระบบ
การยืนยันเชื้อทำได้จำกัด เมื่อการตรวจที่แม่นยำมีเฉพาะในห้องแล็บเฉพาะทาง ข้อมูลรายโรคก็ไม่ครบ ผู้วางนโยบายจึงอาจเห็นภาพของแผลริมอ่อนไม่ชัดเท่าโรคที่ตรวจง่ายกว่า
การซื้อยากินเอง กรมควบคุมโรคแนะนำชัดเจนว่าเมื่อมีอาการควรไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเอง คนที่รักษาตัวเองที่บ้านจะพลาดโอกาสตรวจเอชไอวีและซิฟิลิส และไม่ถูกนับอยู่ในตัวเลขเฝ้าระวังด้วย
ความอายและความกลัวถูกมองไม่ดี หลายคนไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีแผลที่อวัยวะเพศ ความกังวลแบบเดียวกับการตีตราที่ผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวียังเจอในสังคม ทำให้บางคนเลือกรอให้แผลหายเองแทนการไปโรงพยาบาล
บริการเชิงรุกยังกระจุกอยู่บางพื้นที่ กิจกรรม "ตรวจ 1 ได้ถึง 2" ที่ตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสพร้อมกันด้วยชุดตรวจรู้ผลภายใน 20 นาที ดำเนินการใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา พิษณุโลก ปทุมธานี มหาสารคาม นครราชสีมา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา คนในจังหวัดอื่นยังต้องพึ่งบริการตรวจตามปกติของโรงพยาบาล
ถ้ามีแผลเจ็บที่อวัยวะเพศตอนนี้ ควรใช้ระบบบริการอย่างไร
- งดซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง
- ไปโรงพยาบาลรัฐ รพ.สต. หรือคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใกล้บ้าน พร้อมบัตรประชาชน
- บอกเจ้าหน้าที่ตรง ๆ ว่ามีแผล และขอตรวจเอชไอวีกับซิฟิลิสไปด้วยในวันเดียวกัน
- งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา และชวนคู่ไปตรวจด้วย ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
- หลังรักษาเสร็จ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ซึ่งขอรับได้ฟรีตามช่องทางข้างต้น
ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมของโรคกลุ่มนี้ก่อนไปพบแพทย์ อ่านต่อได้ที่บทความSTI คืออะไร และหากต้องการเทียบอาการของแต่ละโรคแบบแยกทีละชนิด ดูได้ที่คลังความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนการเลือกยาและระยะเวลาการรักษา เรื่องนี้ต้องให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ประเมินเป็นรายคน
คำถามที่พบบ่อย
ดูด้วยตาเปล่าแยกแผลริมอ่อนออกจากโรคอื่นได้ไหม
ไม่ควรตัดสินจากตาเปล่า งานทบทวนระบุว่าแผลริมอ่อนมักถูกบรรยายว่าเจ็บ มีหนอง ลึก และขอบไม่เรียบ แต่แผลจากเชื้ออื่นก็มีหน้าตาคล้ายกันได้ การวินิจฉัยจากลักษณะแผลอย่างเดียวจึงคลาดเคลื่อนได้ และมักต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการช่วย
แผลริมอ่อนรักษาได้ไหม
ได้ เพราะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ตอบสนองต่อยาต้านจุลชีพ แต่ชนิดยาและระยะเวลาต้องให้แพทย์เป็นผู้เลือก และควรตรวจโรคอื่นที่มากับแผลที่อวัยวะเพศไปพร้อมกัน
ไปตรวจเอชไอวีตอนไปรักษาแผล ต้องเสียเงินไหม
คนไทยทุกคนตรวจเอชไอวีได้ฟรีปีละ 2 ครั้ง โดยใช้บัตรประชาชนที่โรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่วนค่าตรวจรักษาแผลให้ถามหน่วยบริการตามสิทธิที่คุณมี
ถ้ายังไม่พร้อมไปโรงพยาบาล มีทางเลือกอะไรบ้าง
ขอรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ฟรีจากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. และรับถุงยางอนามัยผ่านแอปเป๋าตังได้ แต่แผลที่อวัยวะเพศยังต้องให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจดูด้วยตัวเอง ชุดตรวจเอชไอวีบอกไม่ได้ว่าแผลเกิดจากเชื้ออะไร
สรุป
แผลริมอ่อนเป็นโรคที่ประเทศไทยนับอยู่ในระบบเฝ้าระวังโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ข้อจำกัดของการตรวจยืนยันเชื้อทำให้ตัวเลขรายโรคไม่ชัด ขณะที่ภาพรวมของ 5 โรคในปี 2562 มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเยาวชน
จุดแข็งของระบบไทยคือบริการด้านเอชไอวีที่ใช้ได้ฟรี ส่วนช่องว่างคือการตรวจยืนยันเชื้อ การซื้อยากินเอง ความอาย และบริการเชิงรุกที่ยังไม่ทั่วถึง ถ้ามีแผลที่อวัยวะเพศ ให้ไปหน่วยบริการของรัฐและขอตรวจให้ครบในครั้งเดียว
